สำหรับประเทศไทยคนไทยเรามักจะคิดว่า
- อาหารไทยอร่อย
- คนไทยใจดี
- และท่องเที่ยวไทยคึกคัก
ต้องบอกว่านั่นเป็นความจริงเมื่อสัก 10 ปีที่แล้วครับ ใน 2-3 ปีที่ผ่านมานี้การท่องเที่ยวของไทยเริ่มหนักแบบก้าวกระโดดเลย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน หรือ โซนยุโรป อเมริกา เริ่มหายไปมากกว่าครึ่ง
ยิ่งคนจีนที่เคยชอบมาเที่ยวไทย ตอนนี้เขาไปเที่ยวในประเทศกันเอง และเลือกไปประเทศเพื่อนบ้านเราแทนที่จะมาที่ไทยครับ เพราะ “ที่ไทยไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”
ไม่ว่าจะข่าวลักพาตัว หรือ ปล้นต่างๆนานา ทำให้ภาพลักษณ์ที่ไทยปลอดภัย คนไทยใจดี หายไปซะเกลี้ยงเลยครับ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนๆเดียวเท่านั้น เดี๋ยวไปต่อกันด้านล่าง แล้วจะเข้าใจแบบไม่ต้องเดาไปเองเหมือนหวยไวเลยว่าทำไม “ท่องเที่ยวไทยถึงซบเซา”
ทำไมท่องเที่ยวไทยถึงซบเซาแบบก้าวกระโดด
1.การลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวชาวจีน
- ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 16.8 ล้านคน ลดลงจาก 17.7 ล้านคน ในช่วงเดียวกันของปี 2024
- นักท่องเที่ยวจากจีนลดลงถึงประมาณ 34% เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิดปี 2019 และจีนยังคงเป็นตลาดท่องเที่ยวที่มีมูลค่ามหาศาล
ผลกระทบ: นักท่องเที่ยวจีนเคยมีค่าใช้จ่ายสูง (เฉลี่ย 42,428 บาทต่อทริป) และเข้าพักนาน (7.4 วัน) แต่ในปัจจุบันพื้นที่นี้ถูกทดแทนด้วยนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียซึ่งใช้จ่ายได้น้อยกว่ามาก (21,450 บาท) และพำนักสั้นกว่า (4.2 วัน)
2.ความกังวลด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่แย่ลงในสายตาตลาดจีน
- เหตุการณ์ที่ดาราชาวจีนถูกล่อลวงไปยังประเทศเพื่อนบ้านสร้างความวิตกต่อคนจีนอย่างมาก
- หนังจีน “No More Bets” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในประเทศลักษณะเหมือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยิ่งเพิ่มภาพลบ
- รายงานด้านความปลอดภัย (TTDI) ของ World Economic Forum พบว่าอันดับด้านความปลอดภัยของไทยดิ่งลงอย่างชัดเจน
3.การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านที่แข็งแกร่งขึ้น
- ประเทศเช่น ญี่ปุ่น ได้รับนักท่องเที่ยวจีนมากกว่าไทย โดยญี่ปุ่นได้รับมากกว่า 3.1 ล้านคน ในปี 2025
- เวียดนาม ก็ใช้ราคาที่ดึงดูดและนโยบาย e‑visa/ขนส่งสะดวก เช่น รถไฟจากจีน ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
4.แนวโน้มพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนไป
- นักท่องเที่ยวชาวจีนยุค Gen Z เริ่มเลือกจุดหมายใหม่ เช่น เวียดนามหรือคาซัคสถาน มากกว่าการมาท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ อย่างไทย–มาเล–สิงคโปร์
- ภาพลักษณ์ซ้ำซากของสถานที่ท่องเที่ยวหลักทำให้เกิดความรู้สึก “เอื่อยเฉื่อย” และนักท่องเที่ยวเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และแตกต่าง
5.สภาพเศรษฐกิจในจีนเองชะลอตัว และค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น
- ค่าเงินบาทแข็งขึ้น เทียบกับหยวนจีนที่อ่อนค่าลง (จากประมาณ 1 หยวน = 5 บาท เป็นแค่ ~4.5 บาท) ทำให้การมาไทยมีต้นทุนสูงขึ้นมาก
- เช่นเดียวกับราคาที่พักและอาหารในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เพิ่มขึ้น และการหลอกลวงนักท่องเที่ยว (เช่น “Chinese scamming Chinese”) ก็ยังเป็นปัญหา
6.ปัญหาภายใน: ภาพลักษณ์แย่, ความเชื่อมั่นต่ำ, ระบบราคาไม่เป็นมิตร
- ระบบ dual‑pricing (ราคาต่างกันระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ) สร้างความไม่พึงพอใจ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กระทบภาพลักษณ์
- ปัญหาสแกม นักท่องเที่ยวโดนฉวยโอกาส ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง
- มีรายงานการเลือกปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวผิวสีและชาวเอเชียใต้ เพิ่มความรู้สึกแย่ในสังคมระหว่างประเทศ
7.ปัจจัยภายในรัฐและเศรษฐกิจโลก
- สถาบันต่างประเทศ เช่น World Bank, Ministry of Finance ของไทย ปรับลดคาดการณ์ GDP และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยืนยันว่าการกลับสู่ระดับก่อนโควิดจะล่าช้าจนถึง กลางปี 2026
- การเมืองไทยปั่นป่วน เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง เช่น การถอนตัวของพรรค สำคัญ และการพักงานนายกฯ ทำให้การวางแผนด้านงบประมาณและการลงทุนถูกเบรก
สรุปภาพรวม
ปัจจัย | ผลกระทบหลัก |
นักท่องเที่ยวจีนลดลง | ตัวเลขลง ~34%/รายได้ลดลง |
ความปลอดภัย – ภาพลักษณ์ | เครื่องก่อให้เกิดความกลัว ลดความน่าเชื่อถือ |
แข่งขันแรงจากประเทศอื่น | จีนเลือกญี่ปุ่น เวียดนามมากขึ้น |
พฤติกรรมและรสนิยมเปลี่ยน | ธรรมชาติดั้งเดิมไม่ดึงดูด Gen Z อีกต่อไป |
ค่าใช้จ่ายสูง – เศรษฐกิจจีนชะลอ | ค่าดำรงชีวิตและค่าเดินทางแพง ขาดแรงจูงใจ |
ปัญหาระบบภายใน | Scams, dual‑pricing, ความไม่เท่าเทียม |
วิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง | แผนระยะยาวถูกเลื่อน การลงทุนชะงัก |
แนวทางที่ไทยกำลังทำและควรทำต่อไป
ส่งเสริมภาพลักษณ์ใหม่ผ่านนโยบาย quality over quantity, เน้นตลาดยุโรป สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง, นักท่องเที่ยวกลุ่มสูงระดับ – ยังเป็นความหวังที่จำกัด
โครงการใหม่เช่น TouristDigiPay ช่วยเรื่องการชำระเงินดิจิทัลอาจเพิ่มความสะดวก แต่ไม่แก้ภาพลบอีกหลายด้าน
โครงการภายใน เช่น Half‑Price Travel Scheme, เลื่อนค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว 300 บาท, ระบบใบเข้าเมืองดิจิทัล, งานใหญ่ระดับโลก เช่น FIVB Championship มีโอกาสฟื้นตัวแต่ยังจางเมื่อเทียบกับปัญหาเชิงโครงสร้าง